ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 ยังคงขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าโลก และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของประเทศเศรษฐกิจหลัก ซึ่งยังคงส่งผลต่อการค้าโลก ห่วงโซ่อุปทาน และการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม สำหรับประเทศไทย ผลกระทบดังกล่าวสะท้อนไปยังภาคการส่งออกและอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งยังเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ต่างประเทศที่ฟื้นตัวไม่สม่ำเสมอ ต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูง และการแข่งขันจากประเทศผู้ผลิตรายอื่น ขณะเดียวกันการบริโภคภายในประเทศ แม้ได้รับแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วน แต่ยังถูกจำกัดด้วยภาระหนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นยังคงเผชิญความท้าทาย และต้องอาศัยการปรับตัวของภาคธุรกิจในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง
ในฐานะคณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลก จึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานในปีบัญชี 2568/2569 โดยมุ่งใช้จุดแข็งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ควบคู่กับการสร้างการเติบโตแบบ Organic Growth และการพัฒนา New S-Curve อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทได้นำนโยบาย “USE” ซึ่งประกอบด้วย U: Utilization การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า S: Save การบริหารและประหยัดค่าใช้จ่าย และ E: Efficiency การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มาใช้อย่างเข้มข้น เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดภาระต้นทุน และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารธุรกิจ ขณะเดียวกันบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ โดยรักษาระดับเงินสดที่เหมาะสมเพื่อรองรับการดำเนินงานและโอกาสการเติบโตในอนาคต พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
สำหรับผลการดำเนินงานในปีบัญชี 2568/2569 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 13,508 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2 และมีกำไรสุทธิ 1,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 62 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex เติบโตได้ตามเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกาซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Semiconductor/ Cloud และ Data Center ขณะเดียวกันบริษัทได้เตรียมแผนรองรับความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและต้นทุนโลจิสติกส์ เพื่อจำกัดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ส่วนธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas ความต้องการจากกลุ่มลูกค้า OEM ยังอยู่ในระดับจำกัด จากภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาด อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการปรับโครงสร้างต้นทุน ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และพัฒนาสินค้าใหม่ เพื่อรองรับการฟื้นตัวของตลาดในระยะถัดไป สำหรับธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย บริษัทมุ่งเน้นการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม ควบคู่กับการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะที่ 4 Way Suspension Products Pty., Ltd. มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าใหม่ทั้งในตลาดออสเตรเลียและต่างประเทศ ด้านธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP มุ่งเน้นการควบคุมต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการใช้จุดแข็งด้านมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาด
นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับโครงสร้างต้นทุนและการบริหารเงินทุนหมุนเวียนอย่างเป็นระบบ อีกทั้งมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรตลอดกระบวนการผลิต สำหรับธุรกิจร่วมทุนโดยรวมปรับตัวดีขึ้น
ทั้งนี้ จากการพิจารณาผลการดำเนินงานที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานสิ้นสุด 30 กันยายน 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 196 ล้านบาท โดยได้จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้วเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 และมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เพื่อขออนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปีในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 364 ล้านบาท หากรวมทั้งปีจะมีการจ่ายปันผลรวม 560 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 42.6 ของผลกำไรสุทธิ (Payout ratio)
บริษัทขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงกระบวนการผลิต และการสร้าง New S-Curve อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล
โดยธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ฉนวนประสิทธิภาพสูงสำหรับอาคารและอุตสาหกรรม อาทิ AERO-ROOF (ฉนวนกันความร้อน)/ AEROCOUSTIC-SP (ฉนวนดูดซับเสียง) และหลังคาเมทัลชีทติดฉนวนสำเร็จรูป (ยางเย็น EPDM) เพื่อตอบโจทย์ด้านการประหยัดพลังงาน ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดี ขณะเดียวกันธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas ทำงานร่วมกับผู้ผลิตยานยนต์ (OEM) อย่างใกล้ชิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่มีน้ำหนักเบา เพื่อรองรับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP มุ่งเน้นนวัตกรรมกระบวนการผลิต (Innovative Production Leaning) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้ทรัพยากรต่อหน่วย และเสริมความสามารถในการบริหารต้นทุนตลอดห่วงโซ่การผลิต
นอกจากนี้ บริษัทร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการนำเทคโนโลยี AI (RAG – Retrieval-Augmented Generation) มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์ความรู้ภายในองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุนในระยะยาว และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
Aeroflex USA Inc. สหรัฐอเมริกา ยังคงขยายตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าโครงการและลูกค้าอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้สามารถต่อยอดการเติบโตในตลาดหลักได้อย่างมั่นคง
สำหรับธุรกิจในออสเตรเลียภายใต้ Aeroklas Asia Pacific Group (AAPG) มุ่งเน้นการฟื้นฟูธุรกิจผ่านการปรับโครงสร้างองค์กร การควบคุมต้นทุน และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกระดับ เพื่อสร้างฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะถัดไป
บริษัททำงานร่วมกับบริษัทย่อยในต่างประเทศและบริษัทร่วมทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาล ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนการเติบโตของบริษัท
บริษัทได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง อย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำและสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ โดยคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาและอนุมัติแต่งตั้ง ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และแนวทางการบริหารจัดการ อันจะสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนขององค์กร
คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยคำนึงถึงการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ควบคู่กับการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง และการสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม
ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนพนักงานทุกคน ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทด้วยดีเสมอมา บริษัทจะยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล พัฒนาศักยภาพองค์กรอย่างต่อเนื่อง และมุ่งสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ประวัติความเป็นมาของบริษัท
ภาพรวมธุรกิจบริษัท
โครงสร้างธุรกิจ
บริษัทในเครือ EPG
ข้อมูลพื้นฐาน
สารจากคณะกรรมการ
ปรัชญา
วิสัยทัศน์และพันธกิจ
โครงสร้างองค์กร
คณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริหาร
รางวัล
ภาพวีดีโอบริษัท